แบบจำลองผลตอบแทนการลงทุนกู้หนี้ (Interactive ROI Simulator)
ปรับแถบเลื่อนเพื่อประเมินเม็ดเงินที่ รพ.ศรีนครินทร์ จะได้รับคืนจากการแก้ไขระบบกระทบยอดลูกหนี้ (เทียบกับงบลงทุน 360,000 บาท)
*การนำระบบ Statement Ingestion มาจับคู่กับ 481,027 รายการที่ขาดเลขหนังสือส่งเบิก เพื่อนำรายการที่ตกหล่นส่งเบิกซ้ำหรือตัดหนี้ตามยอดจริง
*การมีระบบแจ้งเตือน Appeal SLA 30-60 วัน และ Pre-Audit หน้าจอ Lock บิล ช่วยหยุดเคสถูกตัดเงิน C01, C04, C10 ให้ส่งอุทธรณ์ได้ทัน
แผนภาพการดำเนินงาน 4 ระยะ (4-Phase Implementation Roadmap)
Statement Ingestion & Match
- สร้างตัวอ่านไฟล์ E-Statement จาก KTB, สปสช., ประกันสังคม
- รันสคริปต์สแกน 481,027 รายการที่ขาดเลขหนังสือเพื่อจับคู่
- Dashboard แจกแจงรายการผ่าน/ไม่ผ่านการชดเชย
Manual Match & Appeal SLA
- เพิ่มปุ่ม Manual Match สำหรับเคสที่จับคู่อัตโนมัติไม่ติด
- เพิ่มช่องใส่ Note / สถานะการติดตามให้เจ้าหน้าที่จัดเก็บรายได้
- ระบบนับถอยหลัง SLA เตือนเคสติดรหัส C ก่อนหลุด 30-60 วัน
Pre-Audit & New HIS Bridge
- เปิด Interface View / API รอรับข้อมูลคนไข้จาก New HIS (IQVIA)
- ปรับจูนระบบตามประกาศกองทุนภาครัฐประจำปีงบประมาณ
- เป็นสัญญาหลักดูแลงานเทคนิคของคณะฯ ตลอดทั้งปี
IQVIA Closed-Loop Go-Live
- เปลี่ยนผ่านจาก Health Object (HO) สู่ New HIS เต็มรูปแบบ
- ระบบ Computer-Assisted Coding (CAC) และ AI Pre-audit
- เชื่อมโยงข้อมูลส่งเบิกผ่าน Open API / FHIR มาตรฐานสากล
ข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์ต่อร่าง TOR โครงการ 360,000 บาท (ต.ค. 2569)
คงกรอบเวลา 12 เดือนเพื่อให้ผู้รับจ้างมีสิทธิ์เข้าถึงระบบ รพ. และช่วยเหลือเทคนิคได้ต่อเนื่อง แต่กำหนดให้ส่งมอบระบบ Statement Ingestion ให้ใช้งานจริงภายใน 3–4 เดือนแรก
อย่าทำแค่หน้าจอแสดงผล (Viewer) ให้เพิ่มปุ่มกดจับคู่ด้วยมือ (Manual Match) และช่องพิมพ์ Note สถานะการติดตาม เพื่อให้ฝ่ายการเงินทำงานต่อในระบบได้โดยไม่ต้องพึ่ง Excel
ตัดข้อความ “ไม่ตรวจใน 15 วันถือว่าผ่านอัตโนมัติ” ออก เพื่อความปลอดภัยจากการตรวจสอบของ สตง. แล้วปรับเป็นกำหนดกรอบเวลาตรวจรับ 15–20 วันทำการพร้อมนัดประชุมแก้ข้อติดขัด
กำหนดใน TOR ให้ระบบรองรับทั้ง Direct DB View ของ HO เดิม และเปิดช่อง Interface View/API รอรับข้อมูลคนไข้จาก New HIS (IQVIA) เพื่อให้ระบบนี้ใช้งานได้ยาวนานถาวร
ปรับลดกรอบค่าบำรุงรักษาปีที่ 2 จาก 150k–200k ให้เหลือ 15%–20% (54k–72k บ./ปี) สำหรับ Bug Support และแยกงบปรับปรุงตามประกาศกองทุนเป็นแบบเหมาจ่ายตามจริง
มีความคุ้มค่าสูงสุด ได้พาร์ทเนอร์ที่รู้ระบบ HO ลึกซึ้ง ลดความเสี่ยงโครงการไปกว่า 50% และปลดล็อกวิกฤตหนี้สิน 1,979 ล้านบาทได้อย่างรวดเร็ว